ข่าวนี้เล่าถึงชายวัย 30 กว่าปีรายหนึ่งที่สะดุ้งตื่นช่วงประมาณตี 4 เพราะรู้สึกปวดหูอย่างรุนแรง แถมยังได้ยินเสียงคล้ายมีอะไรขยับ ไต่ หรือเคาะอยู่ภายในช่องหู เมื่อไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง แพทย์ตรวจพบแมลงสาบขนาดใกล้เคียงกับเล็บมือติดอยู่บริเวณรูหูชั้นนอก
แพทย์ใช้น้ำมันหยอดลงไปเพื่อให้แมลงหยุดเคลื่อนไหว ก่อนคีบออกอย่างระมัดระวัง เหตุการณ์นี้ฟังแล้วน่าตกใจมาก แต่ก็สะท้อนว่าอาการปวดหูหรือได้ยินเสียงผิดปกติแบบฉับพลันไม่ควรมองข้าม เพราะบางครั้งสาเหตุอาจไม่ใช่ขี้หูอุดตันหรือการอักเสบ แต่อาจมีสิ่งแปลกปลอม หรือแม้แต่แมลงมีชีวิตอยู่ในช่องหูจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าแมลงสาบจะ “ตั้งใจ” เลือกหูมนุษย์เป็นเป้าหมายโดยเฉพาะ การที่มันเข้าไปมักเกิดจากการมองหาสถานที่หลบซ่อนในช่วงกลางคืน ประกอบกับช่องหูมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของแมลงบางชนิด
คำอธิบายของแพทย์คือ ช่องหูชั้นนอกมีลักษณะมืด อุ่น และมีความชื้น จึงอาจดูคล้ายพื้นที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยสำหรับแมลงสาบ มด หรือแมลงที่มีเปลือกแข็งบางชนิด โดยเฉพาะตอนที่คนกำลังนอนหลับและร่างกายอยู่นิ่ง แมลงที่เดินอยู่ใกล้หมอนหรือที่นอนอาจไต่เข้ามาโดยบังเอิญได้
อีกปัจจัยหนึ่งคือกลิ่นจากขี้หู โดยเฉพาะคนที่มีขี้หูเปียกหรือมีสารคัดหลั่งในช่องหู กลิ่นดังกล่าวอาจมีส่วนดึงดูดแมลงบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีขี้หูเปียกจะต้องถูกแมลงเข้าหู หรือเป็นเพราะดูแลความสะอาดไม่ดีเสมอไป เรื่องนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องเท่านั้น
ช่วงกลางคืนยังเป็นเวลาที่แมลงสาบออกหากินและเคลื่อนไหวมากขึ้น หากห้องนอนอยู่ใกล้ครัว ท่อระบายน้ำ กองขยะ หรือมีเศษอาหารตกค้าง โอกาสที่แมลงจะเข้ามาใกล้เตียงก็เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจึงเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมโดยรวมมากกว่าการที่แมลงมีความชอบเป็นพิเศษต่อหูมนุษย์
อาการที่พบได้คือปวดหูอย่างฉับพลัน รู้สึกเหมือนมีอะไรดิ้นอยู่ข้างใน ได้ยินเสียงกึกกัก เสียงขูด หรือเสียงสะท้อนดังผิดปกติ บางรายอาจมีหูอื้อ การได้ยินลดลง เวียนศีรษะ หรือมีรอยถลอกและเลือดออกบริเวณช่องหู หากแมลงยังมีชีวิตอยู่ การดิ้นและการเคลื่อนไหวของขาอาจสร้างความเจ็บปวดมากจนทำให้ผู้ประสบเหตุเสียขวัญ
หลายคนกลัวว่าแมลงจะไชทะลุเข้าไปถึงสมอง แต่โดยทั่วไปช่องหูชั้นนอกมีแก้วหูกั้นอยู่ และหากแก้วหูยังสมบูรณ์ แมลงจะไม่สามารถเดินทะลุเข้าไปถึงสมองได้โดยตรง ความน่ากังวลที่ควรให้ความสำคัญกว่าคือการใช้มือหรืออุปกรณ์แคะจนเกิดแผล แมลงกัดหรือข่วนผิวช่องหู รวมถึงการติดเชื้อภายหลัง
หากแมลงออกมาแล้วก็ควรตรวจให้แน่ใจว่าออกมาครบจริง เพราะชิ้นส่วนของขา ปีก หรือร่างกายที่หลงเหลืออยู่สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ ผู้ที่ยังปวดหู หูอื้อ มีเลือดหรือของเหลวไหล เวียนศีรษะ หรือไม่แน่ใจว่าแมลงออกหมดหรือไม่ ควรไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ส่องตรวจ
ข้อแรกคือห้ามใช้ไม้แคะหู คอตตอนบัด นิ้วมือ แหนบ หรืออุปกรณ์แข็งใด ๆ สอดเข้าไปควานหาแมลง แม้จะรู้สึกว่ามองเห็นตัวแมลงอยู่ใกล้ปากรูหู การพยายามเขี่ยเองอาจดันแมลงให้ลึกขึ้น ทำให้ผิวช่องหูถลอก หรือกระแทกแก้วหูจนบาดเจ็บได้ ยิ่งเด็กเล็กยิ่งไม่ควรให้ลองทำเอง เพราะช่องหูมีขนาดเล็กและขยับตัวกะทันหันได้ง่าย
ข้อที่สองคือไม่ควรเขย่าศีรษะแรง ๆ ไม่ควรตบหู และไม่ควรใช้ของแข็งกระแทกบริเวณรอบหู เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือพยายามตั้งสติและหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ทำให้แมลงดิ้นมากกว่าเดิม
สำหรับกรณีแมลงสาบ ไม่ควรใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในหูเพื่อหวังให้มันออกมาตามแสง เพราะแมลงสาบมักมีพฤติกรรมหลบแสง การส่องไฟอาจทำให้มันมุดลึกเข้าไปแทน แม้แมลงแต่ละชนิดจะตอบสนองต่อแสงไม่เหมือนกัน แต่เมื่อไม่แน่ใจว่าเป็นแมลงชนิดใด การส่องไฟหรือพยายามล่อเองก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ควรเสี่ยง
ที่สำคัญ หากมีประวัติแก้วหูทะลุ เคยผ่าตัดหู มีท่อระบายในหู หรือมีเลือดและของเหลวไหลออกมา ไม่ควรหยอดน้ำมันหรือน้ำใด ๆ เอง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะของเหลวอาจเข้าไปทำให้เกิดปัญหากับหูชั้นกลางได้
หากมั่นใจว่ามีแมลงมีชีวิตอยู่ในหู และไม่มีประวัติแก้วหูทะลุหรืออาการผิดปกติที่กล่าวไว้ข้างต้น อาจเอียงศีรษะให้หูข้างที่มีแมลงหงายขึ้น แล้วหยอดน้ำมันพืชหรือน้ำมันสำหรับเด็กที่อุณหภูมิห้องลงไปเล็กน้อย วิธีนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการเคลื่อนไหวของแมลงและทำให้มันหยุดดิ้น ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด
หลังจากรอสักครู่ อาจเอียงศีรษะให้อีกด้านเพื่อให้น้ำมันไหลออก แต่ไม่ควรใช้สำลีก้านหรืออุปกรณ์สอดเข้าไปซับด้านในช่องหู หากแมลงไม่หลุดออกมา ไม่ควรหยอดซ้ำหลายครั้งหรือพยายามคีบเอง ให้ไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีแพทย์ด้านหู คอ จมูก เพื่อให้ใช้เครื่องมือส่องตรวจและนำสิ่งแปลกปลอมออกอย่างเหมาะสม
ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่ามีแมลงอยู่จริง หรือมีอาการปวดมาก หูอื้อ ได้ยินลดลง เวียนหัว บ้านหมุน เลือดออก หรือมีของเหลวไหลจากหู ให้ข้ามขั้นตอนการหยอดของเหลวและไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคหรือประวัติเกี่ยวกับหู ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่ต้น
การป้องกันเริ่มได้จากห้องนอน ไม่ควรนำอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มหวานไปรับประทานบนเตียง เพราะเศษอาหารและกลิ่นอาจดึงดูดแมลงสาบ มด และแมลงชนิดอื่น ควรเก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท ทิ้งขยะเป็นประจำ และเช็ดคราบอาหารหรือเครื่องดื่มที่หกทันที
หมั่นทำความสะอาดบริเวณใต้เตียง หลังตู้ และมุมอับ รวมถึงตรวจสอบช่องว่างตามผนัง ท่อ และประตูหน้าต่าง หากบ้านอยู่ชั้นล่างหรือใกล้พื้นที่ชื้น ควรให้ความสำคัญกับการปิดทางเข้าและจัดการแหล่งน้ำขังเป็นพิเศษ การใช้มุ้งหรือมุ้งครอบเตียงก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดโอกาสที่แมลงจะเข้ามาสัมผัสตัวขณะหลับ
ก่อนนอนควรสะบัดหมอน ผ้าห่ม และตรวจดูบริเวณที่นอน โดยเฉพาะหากห้องเปิดโล่งหรืออยู่ใกล้พื้นที่ที่มีแมลงชุกชุม หากใช้เจลแต่งผม สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม ควรล้างหรือสระออกก่อนเข้านอน เพราะกลิ่นบางชนิดอาจดึงดูดแมลงได้ แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้แมลงเข้าหู
สุดท้ายคืออย่าตื่นตระหนกเกินไป เหตุการณ์แมลงเข้าหูไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และไม่ได้แปลว่าคนในบ้านสกปรก เพียงแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง เพราะการแคะหรือพยายามเอาออกด้วยตัวเองอย่างรีบร้อนอาจสร้างอันตรายมากกว่าตัวแมลงเสียอีก หากสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ การพบแพทย์คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย
สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com
💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸
😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ
- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900
- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150
- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90
🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด
✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻
💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน
ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย
ข่าวสารอื่น ๆ