กำลังโหลด fahb456
fahb456
เปิดตำนานยุทธหัตถีไทย! ย้อน 5 ศึกใหญ่ 7 คู่ชนช้าง ก่อนปิดฉากครั้งสำคัญที่พระนเรศวร

เปิดตำนานยุทธหัตถีไทย! ย้อน 5 ศึกใหญ่ 7 คู่ชนช้าง ก่อนปิดฉากครั้งสำคัญที่พระนเรศวร

ยุทธหัตถีมีทั้งหมดกี่ครั้ง?

เมื่อพูดถึง “ยุทธหัตถี” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงชนช้างกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี แต่ถ้ามองให้กว้างกว่านั้น ประวัติศาสตร์ไทยมีเรื่องราวการต่อสู้บนหลังช้างที่สำคัญอีกหลายครั้ง ทั้งในสมัยสุโขทัยและอยุธยา

หากนับเฉพาะเหตุการณ์เด่นที่มีการบันทึกเรื่องการชนช้างไว้อย่างชัดเจน จะพบอย่างน้อย 5 เหตุการณ์ใหญ่ รวมเป็น 7 คู่ยุทธหัตถี ตัวเลขนี้เป็นการนับตามหลักฐานและเรื่องราวที่กล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย ไม่ได้หมายความว่าในอดีตมีการชนช้างเพียงเท่านี้ เพราะเอกสารแต่ละฉบับอาจบันทึกรายละเอียดไม่เหมือนกัน และคำว่า “ยุทธหัตถี” ก็อาจหมายถึงทั้งการดวลกันระหว่างผู้นำโดยตรง หรือการปะทะบนหลังช้างท่ามกลางสนามรบ

ยุทธหัตถีคืออะไร ทำไมกษัตริย์จึงต้องรบบนหลังช้าง

ยุทธหัตถีหมายถึงการทำศึกบนหลังช้าง โดยผู้ที่อยู่บนคอช้างมักเป็นกษัตริย์ พระราชโอรส เจ้านาย หรือแม่ทัพระดับสูง ช้างศึกไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่ยังเป็นกำลังรบขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้นำมองเห็นสนามรบจากที่สูง และสามารถเคลื่อนผ่านแนวทหารได้อย่างโดดเด่น

ในสนามรบโบราณ การที่กษัตริย์ทรงช้างออกนำทัพยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก เพราะแสดงถึงความกล้าหาญและพระปรีชาสามารถ หากผู้นำฝ่ายใดพ่ายแพ้หรือสิ้นพระชนม์ ก็อาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทหารทั้งกองทัพทันที ดังนั้น การชนช้างจึงไม่ใช่เพียงการต่อสู้ระหว่างบุคคล แต่เป็นการเดิมพันด้วยชะตาของบ้านเมือง

ครั้งแรก พระรามชนขุนสามชนในสมัยสุโขทัย

หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงการชนช้างของกษัตริย์ไทย ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ 1 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ยกกองทัพเข้าตีเมืองตาก ขณะนั้น “พระราม” พระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระชนมายุ 19 พรรษา และเสด็จร่วมกองทัพสุโขทัย

เมื่อกองทัพฝ่ายพระราชบิดาเริ่มเสียที พระรามทรงไสช้างชื่อ “เบกพล” เข้าชนกับช้างชื่อ “มาสเมือง” ของขุนสามชน จนฝ่ายขุนสามชนพ่ายแพ้และถอยหนี หลังชัยชนะ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงพระราชทานพระนามว่า “พระรามคำแหง” เพื่อยกย่องความกล้าหาญของพระราชโอรส

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานจากศิลาจารึกที่สะท้อนภาพการรบในสมัยสุโขทัยได้อย่างชัดเจน และยังทำให้เห็นว่าการรบบนหลังช้างมีบทบาทในฐานะเครื่องแสดงความสามารถของผู้นำมาตั้งแต่ยุคต้นของประวัติศาสตร์ไทย

ครั้งที่สอง เจ้าอ้ายพระยาชนเจ้ายี่พระยา ชิงราชสมบัติอยุธยา

พ.ศ. 1967 หลังสมเด็จพระนครินทราธิราช หรือสมเด็จพระอินทราชา เสด็จสวรรคต พระราชโอรสสองพระองค์คือเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา ต่างยกกำลังเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อชิงราชสมบัติ

กองทัพของทั้งสองพระองค์เผชิญหน้ากันบริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน และเกิดการชนช้างต่อสู้กันอย่างดุเดือด ผลคือเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยาสิ้นพระชนม์ทั้งคู่ ราชสมบัติจึงตกแก่เจ้าสามพระยา พระอนุชาองค์ที่สาม ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2

ภายหลังพระองค์โปรดให้สร้างวัดราชบูรณะบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระเชษฐาทั้งสอง และสร้างเจดีย์สององค์เป็นอนุสรณ์ตรงจุดที่เกิดการชนช้าง เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ยุทธหัตถีไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสงครามระหว่างอาณาจักรเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากความขัดแย้งภายในราชวงศ์และการแย่งชิงอำนาจได้ด้วย

ครั้งที่สาม สมเด็จพระอินทราชาชนหมื่นนครในศึกอยุธยากับล้านนา

ราว พ.ศ. 2006 ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กรุงศรีอยุธยามีสงครามกับอาณาจักรล้านนาเพื่อแย่งชิงอำนาจเหนือหัวเมืองทางเหนือ สมเด็จพระอินทราชา พระราชโอรสของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงเข้าร่วมการรบและปะทะกับแม่ทัพฝ่ายล้านนาซึ่งพงศาวดารเรียกว่า “หมื่นนคร”

เรื่องราวครั้งนี้มีความเข้มข้นไม่น้อย เพราะระหว่างการต่อสู้ ช้างข้าศึกถึงสี่เชือกเข้ารุมช้างพระที่นั่งเพียงเชือกเดียว สมเด็จพระอินทราชายังต้องพระแสงปืนที่พระพักตร์ ก่อนที่กองทัพล้านนาจะยกกลับ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ายุทธหัตถีในสนามจริงไม่ได้เป็นการดวลแบบสงบหรือมีพื้นที่ว่างให้ต่อสู้กันอย่างที่ภาพจำจากงานศิลปะบางชนิดอาจทำให้เข้าใจ แต่เป็นการรบที่เต็มไปด้วยความชุลมุนและอันตรายรอบด้าน

ทั้งนี้ ศึกเมืองชากังราวในสมัยขุนหลวงพะงั่วไม่ควรถูกนับรวมเป็นคู่ยุทธหัตถีโดยอัตโนมัติ เพราะแม้พงศาวดารจะบันทึกการยกทัพไปตีเมืองดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีการชนช้างระหว่างขุนหลวงพะงั่วกับเจ้าเมืองชากังราว

ครั้งที่สี่และห้า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จพระสุริโยทัยปะทะพระเจ้าแปร

พ.ศ. 2091 ระหว่างสงครามกรุงศรีอยุธยากับกองทัพพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้แห่งหงสาวดี สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงยกทัพออกไปตรวจดูข้าศึกบริเวณทุ่งภูเขาทอง ก่อนจะปะทะกับกองทัพหน้าที่มีพระเจ้าแปรเป็นแม่ทัพ

ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียทีและหันหลังให้ข้าศึก พระเจ้าแปรจึงทรงขับช้างติดตามมา เมื่อเห็นพระราชสวามีกำลังตกอยู่ในอันตราย สมเด็จพระสุริโยทัยซึ่งเสด็จร่วมกองทัพ โดยทรงแต่งพระองค์อย่างพระมหาอุปราช จึงขับช้างเข้าขวางระหว่างพระเจ้าแปรกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

ด้วยเหตุนี้ ศึกครั้งเดียวจึงเกิดการชนช้าง 2 คู่ คู่แรกคือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าแปร และคู่ที่สองคือสมเด็จพระสุริโยทัยกับพระเจ้าแปร สมเด็จพระสุริโยทัยทรงรับช้างข้าศึกเพื่อป้องกันพระราชสวามี แต่ช้างพระที่นั่งเสียที พระเจ้าแปรจึงใช้พระแสงของ้าวฟันถูกพระอังสา เป็นเหตุให้พระองค์สิ้นพระชนม์บนคอช้าง

วีรกรรมของสมเด็จพระสุริโยทัยกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สะเทือนใจและทรงพลังที่สุดของประวัติศาสตร์ไทย พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงการเสียสละเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดหลายส่วนของเหตุการณ์อาศัยพระราชพงศาวดารที่มีการชำระในสมัยหลัง จึงควรทำความเข้าใจควบคู่กับข้อจำกัดของหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ครั้งที่หก สมเด็จพระนเรศวรมหาราชชนพระมหาอุปราชา

ยุทธหัตถีที่คนไทยรู้จักมากที่สุดเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2135 ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ตามแนวเรื่องในพระราชพงศาวดารไทย ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรพาพระองค์เข้าไปอยู่ท่ามกลางกองทัพฝ่ายหงสาวดี พระองค์จึงทรงท้าพระมหาอุปราชาให้ออกมาทำยุทธหัตถี

เมื่อช้างทั้งสองเข้าปะทะ สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายมากกว่าผลแพ้ชนะของบุคคล เพราะถูกจดจำในฐานะสัญลักษณ์แห่งพระปรีชาสามารถและการกอบกู้เอกราชของกรุงศรีอยุธยา

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเหตุการณ์ในเอกสารไทย พม่า และบันทึกจากชาวต่างชาติอาจแตกต่างกัน การเล่าเรื่องให้รอบด้านจึงควรแยก “ภาพจำจากพระราชพงศาวดารไทย” ออกจากข้อเท็จจริงที่อาจยังมีประเด็นถกเถียง การระบุเช่นนี้ไม่ได้ลดทอนความสำคัญของวีรกรรม แต่ช่วยให้เราเรียนประวัติศาสตร์ด้วยความเข้าใจและระมัดระวังมากขึ้น

ครั้งที่เจ็ด สมเด็จพระเอกาทศรถชนมังจาชโร

ในสมรภูมิเดียวกับยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร สมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา ก็ทรงเข้าชนช้างกับแม่ทัพฝ่ายหงสาวดี ซึ่งเอกสารไทยเรียกว่า “มังจาชโร” หรือในบางแหล่งสะกดว่า “มังจาปะโร”

สมเด็จพระเอกาทศรถทรงใช้พระแสงของ้าวฟันคู่ต่อสู้เสียชีวิตบนคอช้างและได้รับชัยชนะเช่นกัน ดังนั้น หากพูดถึงศึกยุทธหัตถี พ.ศ. 2135 จึงไม่ควรนึกถึงเพียงคู่ของสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาเท่านั้น แต่ต้องนับคู่ของสมเด็จพระเอกาทศรถกับมังจาชโรเข้าไปด้วย

เหตุการณ์ครั้งนี้มักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นศึกยุทธหัตถีครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ไทย แม้การใช้ช้างในสงครามจะไม่ได้หายไปทันที แต่เมื่อรูปแบบการรบเปลี่ยนแปลงและอาวุธปืนมีบทบาทมากขึ้น การดวลกันบนหลังช้างก็ลดความสำคัญลงอย่างต่อเนื่อง

สรุป 5 เหตุการณ์ใหญ่ 7 คู่ยุทธหัตถี

เมื่อนำเรื่องราวทั้งหมดมาเรียงตามลำดับ จะพบ 7 คู่สำคัญ ได้แก่ พระรามกับขุนสามชน, เจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยา, สมเด็จพระอินทราชากับหมื่นนคร, สมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าแปร, สมเด็จพระสุริโยทัยกับพระเจ้าแปร, สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชา และสมเด็จพระเอกาทศรถกับมังจาชโร

หากนับเป็นเหตุการณ์ใหญ่ จะมี 5 ครั้ง เพราะศึกของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระสุริโยทัยเกิดขึ้นในสงครามเดียวกัน และยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรถก็เกิดขึ้นในสมรภูมิเดียวกันเช่นกัน ความแตกต่างระหว่างคำว่า “5 เหตุการณ์” กับ “7 คู่” จึงเกิดจากการนับคนละแบบ ไม่ใช่ข้อมูลขัดแย้งกัน

เสน่ห์ของประวัติศาสตร์อยู่ตรงที่เรื่องราวหนึ่งเรื่องอาจมีทั้งวีรกรรม ความสูญเสีย การเมือง และข้อจำกัดของหลักฐานรวมอยู่ด้วย ยุทธหัตถีจึงไม่ใช่เพียงฉากการชนช้างที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นหน้าต่างที่ช่วยให้เราเห็นโลกของผู้นำ นักรบ และผู้คนในยุคที่ชะตาของอาณาจักรอาจถูกตัดสินลงบนคอช้างเพียงชั่วพริบตา

✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย

สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com

💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸

😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900

- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150

- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90

🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด

✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻

💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน

ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย

#ฟ้าเบท #fahbet #แทงหวยfahbet #fahbetไม่โกง #fahbetจ่ายจริง

ข่าวสารอื่น ๆ

คุณพร้อมรวยง่าย ๆ แล้วหรือยัง ?

ตัวอย่างการเล่นหวย fahb456 โบนัสและโปรโมชั่น fahb456

fahb456.comฟ้าเบทสี่ห้าหก เว็บแทงหวยออนไลน์ ให้คุณได้เล่นหวยได้ง่ายๆ สบายๆ ทำรายการสะดวกรวดเร็วผ่านระบบออโต้

ⓒCopyright 2020 fahb456 . All rights reserved