ก้อย รัชวิน ออกมาเล่าประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูกสองผ่านรายการ On the way with Chom โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วง 2 ปีแรกของการเลี้ยงลูก เธอทุ่มเทเวลาและพลังทั้งหมดให้กับลูกจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้ตัวเองเลย ความตั้งใจในตอนนั้นคืออยากทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด อยากดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และอยากให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่คนเป็นแม่คนหนึ่งจะทำได้
แม้ภาพของการได้อยู่กับลูกตลอดวันอาจดูอบอุ่นและน่าอิจฉาในสายตาหลายคน แต่ก้อยสะท้อนให้เห็นว่า การเป็นแม่เต็มเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องดูแลทั้งร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของลูกแทบทุกช่วงเวลา ความเหนื่อยจึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากงานบ้านหรือการเลี้ยงดู แต่ยังรวมถึงความกังวลว่าตัวเองกำลังทำได้ดีพอหรือไม่
ก้อยเล่าว่า ในช่วง 2 ปีแรกแทบไม่ได้ออกไปไหน และไม่ได้จัดสรรเวลาสำหรับดูแลตัวเองอย่างจริงจัง เธอให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับแรกจนลืมไปว่า สุขภาพกายและสุขภาพใจของแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อแม่เหนื่อยล้าเกินไป การดูแลลูกก็อาจยิ่งเต็มไปด้วยความกดดันโดยไม่รู้ตัว
เมื่อ น้องทะเล และ น้องเวลา เริ่มเข้าโรงเรียน ก้อยจึงค่อย ๆ มีเวลาหันกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเริ่มออกกำลังกายวันละประมาณ 1-2 ชั่วโมง กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องรูปร่าง แต่ยังช่วยให้ร่างกายตื่นตัว ได้ปลดปล่อยพลังงานที่สะสมจากการเลี้ยงลูก และทำให้เธอมีเวลาสงบอยู่กับตัวเองอีกครั้ง
มุมมองนี้เป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนอาจรู้สึกเชื่อมโยงได้ เพราะการดูแลตัวเองบางครั้งมักถูกมองว่าเป็นเรื่องรอง หรือทำให้รู้สึกผิดราวกับกำลังละเลยลูก ทั้งที่จริงแล้ว การมีเวลาพัก ออกกำลังกาย หรือทำสิ่งที่ช่วยเติมพลังใจ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเพื่อกลับไปดูแลครอบครัวด้วยความสดใสมากขึ้น
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ก้อยจำได้ดีคือ ช่วงการให้นมลูกคนแรกในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นเวลาที่เธอต้องปรับตัวหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การพักผ่อนที่มีจำกัด และการอยู่ห่างจากครอบครัวเพราะสถานการณ์โรคระบาด
ในช่วงนั้นก้อยได้นอนเพียงประมาณวันละ 3 ชั่วโมง และยังต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องการให้นม เธอพยายามเค้นและพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตั้งใจ แต่ยิ่งเครียด น้ำนมก็ยิ่งไม่ไหล จนคุณหมอต้องเตือนว่าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป เพราะความเครียดส่งผลต่อร่างกายและกระบวนการให้นมได้โดยตรง
ท้ายที่สุดเธอค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะลดความคาดหวัง ปรับตัวตามสถานการณ์ และหาจุดสมดุลให้ตัวเอง ประสบการณ์นี้ทำให้เห็นว่า ความตั้งใจที่ดีของแม่อาจกลายเป็นแรงกดดันได้ หากเราพยายามบังคับตัวเองให้ต้องทำได้สมบูรณ์แบบทุกเรื่อง การเป็นแม่ที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำทุกอย่างได้ตามตำรา แต่คือการรู้จักสังเกตทั้งลูกและตัวเองไปพร้อมกัน
ในเรื่องอาหาร ก้อยยอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร แต่ให้ความสำคัญกับการศึกษาหลักโภชนาการ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตามวัย เธอพยายามจัดอาหารให้มีองค์ประกอบที่หลากหลาย และหาทางเลือกทดแทนเมื่อลูกไม่ชอบอาหารบางประเภท
ตัวอย่างเช่น หากลูกไม่ชอบโปรตีนจากสัตว์ เธอจะมองหาโปรตีนจากพืชมาเสริมแทน แนวคิดนี้สะท้อนการเลี้ยงลูกที่ไม่ใช้การบังคับเป็นหลัก แต่พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของลูก แล้วค่อยหาวิธีสร้างสมดุลให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพราะเด็กแต่ละคนมีรสนิยม ความชอบ และจังหวะการเรียนรู้แตกต่างกัน
ส่วนของหวานและไอศกรีม ก้อยไม่ได้เลือกวิธีห้ามแบบเด็ดขาด แต่ใช้การกำหนดความถี่และโอกาส เธออาจให้เป็นรางวัลในวันพิเศษ หรือทำไอศกรีมจากผลไม้แท้แช่แข็งเอง เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ว่าของหวานสามารถรับประทานได้ แต่ไม่ควรกลายเป็นสิ่งที่ต้องกินทุกวัน
วิธีนี้น่าสนใจตรงที่ช่วยให้เด็กไม่รู้สึกว่าของหวานเป็นสิ่งต้องห้ามลึกลับจนอยากแอบกินมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสร้างกรอบและวินัยที่ชัดเจนให้ลูกเข้าใจความพอดีตั้งแต่เล็ก
เรื่องของเล่นก็เป็นอีกประเด็นที่ก้อยให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกเห็นของใหม่แล้วอยากได้ทันที หากที่บ้านมีของเล่นประเภทนั้นอยู่แล้ว เธอจะอธิบายด้วยเหตุผลว่าอาจยังไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม และชวนให้ลูกเก็บความต้องการนั้นไว้รอในโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด
แน่นอนว่าเด็กอาจร้องไห้หรือไม่พอใจเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการในทันที ก้อยไม่ได้มองว่าการร้องไห้เป็นเรื่องผิด แต่จะยอมรับความรู้สึกของลูก ปลอบด้วยการกอดและอยู่ข้าง ๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาข้อตกลงเดิม ไม่เปลี่ยนคำตอบเพียงเพราะลูกกำลังงอแง
นี่คือความแตกต่างระหว่างการปลอบใจและการตามใจ การกอดลูกไม่ได้แปลว่าจะต้องยอมทุกอย่าง แต่เป็นการบอกให้ลูกรู้ว่า ความรู้สึกของเขามีความหมาย แม้คำตอบจะยังเป็น “ไม่ได้” ก็ตาม เด็กจึงค่อย ๆ เรียนรู้ทั้งการจัดการอารมณ์ การรอคอย และการเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่
สำหรับการดูแลลูกสองคน ก้อยมองว่า ความรักไม่จำเป็นต้องถูกแบ่งเป็นสัดส่วนเท่ากันทุกวินาที แต่ควรเป็นการดูว่า ในช่วงเวลานั้นใครกำลังต้องการการดูแลมากกว่า ลูกแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน และความยุติธรรมในครอบครัวอาจไม่ได้หมายถึงการให้ทุกคนเหมือนกันทั้งหมด
สิ่งที่เธอพยายามปลูกฝังคือการเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่ใช้ความเป็นพี่หรือความเป็นน้องมาเป็นเหตุผลในการได้อภิสิทธิ์เหนืออีกคน การสื่อสารเช่นนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้พื้นฐานของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักแบ่งปัน รับฟัง และเข้าใจว่าทุกคนในครอบครัวต่างมีความรู้สึกและพื้นที่ของตัวเอง
ในมุมของก้อย การเลี้ยงลูกจึงไม่ได้มีแค่การสอนให้เชื่อฟัง แต่ยังเป็นการเตรียมเด็กให้เติบโตเป็นคนที่เคารพผู้อื่นและสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข
เมื่อพูดถึงความคาดหวังในอนาคต ก้อยบอกว่า สิ่งที่อยากเห็นไม่ใช่การที่ลูกต้องประสบความสำเร็จมากที่สุด หรือกลายเป็นคนที่เก่งกว่าใคร แต่คือการได้เห็นลูกเติบโตอย่างมีความสุขในแต่ละวัน มีรอยยิ้ม สุขภาพกายแข็งแรง และมีสุขภาพใจที่ดี
เธอยังให้ความสำคัญกับการที่ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยความเบิกบาน ไม่ใช่เรียนเพราะกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ความคิดนี้สะท้อนการเลี้ยงดูที่มองเด็กเป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีความฝันและความรู้สึก ไม่ใช่โครงการที่ต้องทำคะแนนให้ได้สูงที่สุด
ก่อนนอน ก้อยจะกอดและบอกรักลูกเสมอ เพื่อให้เด็ก ๆ รับรู้ว่าความรักของแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการเรียน ความเก่ง หรือพฤติกรรมในวันนั้น การสร้างความมั่นคงทางใจเช่นนี้อาจเป็นของขวัญสำคัญที่สุดที่พ่อแม่มอบให้ลูกได้ เพราะเมื่อเด็กรู้ว่าตัวเองเป็นที่รัก เขาก็มีพื้นฐานที่ดีในการเติบโต เรียนรู้ และรับมือกับโลกภายนอก
ก้อยยังมองไปถึงวันที่ลูกเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะมีความคิด ความต้องการ และพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น เธอเข้าใจว่า พ่อแม่ไม่สามารถควบคุมลูกได้ตลอดชีวิต และหน้าที่สำคัญคือการค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจ รวมถึงวางพื้นฐานการสื่อสารให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้
การยอมรับว่าลูกจะเติบโตและมีโลกของตัวเองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ที่เคยดูแลลูกทุกอย่าง แต่การรักลูกอย่างดีที่สุดอาจไม่ใช่การกอดรั้งไว้ตลอดเวลา หากเป็นการเตรียมเขาให้สามารถดูแลตัวเอง ตัดสินใจ และกลับมาพูดคุยกับครอบครัวได้เมื่อเจอปัญหา
เรื่องราวของก้อยจึงไม่ได้เป็นเพียงประสบการณ์ของคุณแม่คนดังเท่านั้น แต่ยังเป็นบทสะท้อนถึงแม่หลายคนที่เคยลืมตัวเองระหว่างทำหน้าที่ดูแลครอบครัว การเป็นแม่ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเหนื่อยที่สุดหรือเสียสละจนไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเอง เพราะแม่ที่ได้พัก ได้ดูแลหัวใจ และยอมรับว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ อาจเป็นแม่ที่มีพลังในการมอบความรักให้ลูกได้ยาวนานกว่าเดิม
✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย
สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com
💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸
😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ
- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900
- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150
- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90
🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด
✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻
💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน
ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย
ข่าวสารอื่น ๆ